WHAT'S NEW?
Loading...

เตรียมรับมือไข้หวัดใหญ ฤดูฝนนี้ ..แต่รู้หรือไม่ แค่ปฏิบัติตัวตามนี้ก็จะปลอดภัย

Advertisements

Advertisements


อาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย อาการค่อนข้างรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า ดังนั้นการป้องกันการติดต่อจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ นี้ติดต่อผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ เช่น น้ำมูก เสมหะ การไอ  จาม หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อน เป็นต้น ดังนั้นการใส่หน้ากากอนามัย การใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู่ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม การล้างมือเป็นประจำโดยเฉพาะก่อนมื้ออาหารจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของโรคก็คือ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่คืออะไร ฉีดดีไหม ?

การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นการฉีดสารที่สามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ แต่ละปีจะมีการผลิตวัคซีนออกมาใหม่ โดยเน้นครอบคลุมสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดหลักในปีนั้นๆ  แนะนำให้ฉีดโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ดูแลสถานบริการเลี้ยงดูเด็กหรือคนชรา บุคคลอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป เด็กเล็ก (6 เดือน – 2 ปี) หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง โรคหอบหืด โรคหัวใจ มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฯลฯ ผู้ที่ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงก็แนะนำให้รับวัคซีนเช่นกัน สามารถติดต่อขอทราบข้อมูลได้ที่สถานพยาบาลทุกแห่ง    

ดังที่กล่าวว่า มีการออกวัคซีนใหม่ทุกปี ดังนั้นแนะนำให้รับวัคซีนอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะก่อนเข้าฤดูฝนและฤดูหนาวประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อเว้นช่วงสำหรับการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หลังฉีดยาอาจมีปวดบวมบริเวณที่ฉีด มีไข้ น้ำมูก ประมาณ 2-3 วันได้ ถ้าหากอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์

การดูแลตนเองเบื้องต้นในกรณีที่เป็นไข้หวัดใหญ่ เน้นดูแลตามอาการ หากมีไข้สูงให้ทานยาลดไข้พาราเซตามอล (ไม่แนะนำให้ใช้ยาแอสไพริน) ทุก 4-6 ชั่วโมง เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้อง หากมีอาการปวดเมื่อยให้พักการทำงาน นอนพัก ยาลดไข้ที่ทานจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยเช่นกัน ที่สำคัญต้องป้องกันการแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น ไม่มีความจำเป็นต้องทานยาฆ่าเชื้อ ผู้ติดเชื้อส่วนมากจะดีขึ้นได้เอง ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่หากไข้สูงไม่ลดลง เหนื่อยหอบ ทานอาหารไม่ได้ อ่อนเพลียมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยต่อไป


ทีมา - healthtoday Mydoctor  BY: พญ.ภาวนาพร โรจนวิจิตรกุล


Advertisements


Advertisements


Advertisements

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น