WHAT'S NEW?
Loading...

รู้หรือไม่แค่หายใจถูกจังหวะ ก็กำจัดพิษในร่ายกายได้ด้วย..มีวิธีฝึกดังนี้

Advertisements

Advertisements

การหายใจ ที่จริงแล้วปอดของเรามีความจุถึง 2,500 ซีซี  โดยทำงานภายใต้การควบคุมของสมองส่วนที่เป็นอัตโนมัติ เราจึงไม่มีการลืมหายใจแม้เวลาที่เราไม่รู้สึกตัว

แต่ขณะเดียวกันระบบอัตโนมัตินี้ได้กำหนดความจุให้เราหายใจเข้าออกได้เพียงครั้งละ 20 %  ของความจุปอดทั้งหมด เราจึงหายใจเข้า-ออกได้เพียงครั้งละ 500 ซีซี เท่านั้น ดังนั้นหากต้องการให้ปอดทำงานได้เต็มกำลัง เราต้องฝึกการหายใจอย่างถูกวิธีโดยในระยะแรกอาจใช้วิธีฝึกอย่างง่ายๆ ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้


1. สูดหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ นานเท่ากับนับ 1-5 ให้สังเกตุว่าท้องต้องป่องออก เพราะกระบังลมถูกเนื้อที่ของปอดดันลงไปที่ช่องท้อง

2. กลั้นหายใจ นานเท่ากับนับ 1-10

3. หายใจออกช้าๆ นานเท่ากับนับ 1-5 ให้สังเกตุว่าท้องต้องแฟบเข้า เพราะเมื่อลมในปอดถูกขับออก ขนาดของปอดจะเล็กลงจนกระบังลมยกตัวขึ้นได้ ทำให้ท้องมีเนื้อที่ว่าง

4. พักการหายใจนานเท่ากับนับ 1-5

ฝึกทำเช่นนี้วันละหลายๆ รอบ เมื่อทำจนคล่อง เวลาทำรู้สึกสบายแล้ว ให้เพิ่มเป็นหายใจเข้านับ 1-6 กลั้น หายใจนับ 1-12 หายใจออกนับ 1-6 พักการหายใจนับ 1-6 และค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางคนอาจฝึกจนสามารถทำได้ถึงเข้า 12 กลั้น 24 ออก 12 และพัก 12  และเมื่อคุ้นเคยกับการหายใจในลักษณะนี้แล้ว ก็สามารถฝึกฝนพัฒนาการหายใจในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายทุกส่วนและช่วยบำบัดโรคให้ดียิ่งขึ้นไปอีกเช่น “ฝึกหายใจแบบอายุรเวท” เป็นต้น

ข้อควรระวัง ควรฝึกหายใจในที่โล่งที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถ่ายเทสะดวก และห้ามทำอย่างรีบร้อน เพราะหากหายใจเร็วหรือแรงเกินไป จะทำให้แรงดันภายในปอดสูงขึ้นจนอาจเกิดอาการหน้ามืดเป็นลมได้

 ความสำคัญของปอดในทางการแพทย์แผนจีน

ในทัศนะของแพทย์แผนจีน ปอดมีหน้าที่ควบคุมการหายใจและสนองชี่ (ลม) ในร่างกาย

หน้าที่ควบคุมการหายใจ  โดยการนำชี่ที่บริสุทธิ์เข้ามาภายในร่างกาย และขับชี่ที่ไม่บริสุทธิ์ออกไป หากการทำหน้าที่แลกเปลี่ยนชี่เข้าออกนี้ทำได้ไม่ดี   ก็จะทำให้เกิดอาการไอ หอบ แน่นหน้าอก หรือหายใจขัด

หน้าที่สนองชี่ให้ร่างกาย  คือการที่ปอดนำพาชี่ที่บริสุทธิ์มารวมเข้ากับสารอาหารในร่างกาย แล้วประกอบเป็นพลังชี่ที่ส่งไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ หากปอดทำหน้าที่นี้ได้ไม่ดี ก็จะทำให้ร่างกายขาดพลังชี่  เกิดอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง เหนื่อยง่าย เสียงพูดไม่สดใส หายใจไม่อิ่ม เป็นต้น

นอกจากนี้การทำงานของปอดยังเชื่อมต่อกับระบบไหลเวียนเลือดอีกด้วย ทำให้ปอดมีหน้าที่ส่งของเหลวขึ้นไปยังส่วนศีรษะ ลงไปยังไต รวมถึงกระจายน้ำไปเลี้ยง เนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ  ตลอดจนผิวหนังและรูขุมขนเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้น  หากปอดทำหน้าที่นี้ไม่ดี  ก็จะทำให้เกิดอาการผิวแห้ง ไม่มีเหงื่อ ปัสสาวะน้อย บวมน้ำ หรือมีเสลดเสมหะคั่งค้างขึ้นในร่างกาย


แหล่งข้อมูล :  The arokaya 
บทความโดย  นิสา ทีมงานใครไม่ป่วยยกมือขึ้น
Advertisements


Advertisements


Advertisements

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น