WHAT'S NEW?
Loading...

รีบเช็คคุณสมบัติตัวเองด่วน!! โครงการโคบาลบูรพา แจกโค3หมื่นตัว..เริ่มแล้วรีบเลย

Advertisements

Advertisements

“บิ๊กฉัตร”คิกออฟโครงการโคบาลบูรพา 24 พ.ย.นี้ เริ่มแจกโค 3 หมื่นตัวให้เกษตรกรภาคตะวันออก ปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมปลูกข้าว หันมาเลี้ยงสัตว์ 6.1 พันราย อธิบดีกรมปศุสัตว์ ยันไม่ล้มเหลวเหมือนโครงการโคล้านตัว

8 พ.ย.60 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯว่า ขณะนี้ขับเคลื่อนโครงการโคบาลบูรพา  ได้เดินเต็มที่จากที่สนับสนุนเกษตรกรปรับเปลี่ยนจากปลูกข้าว มาเลี้ยงสัตว์โดยแจก โคเนื้อจำนวน 3 หมื่นตัว และแพะกว่า 2 พันตัว  ในพื้นที่ภาคตะวันออก ขณะนี้มีความก้าวหน้ามาก สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำเกษตรไม่เหมาะสมตามแผนที่เกษตร หรืออะกรีแม๊พ มาทำปศุสัตว์ โดยช่วงปลายเดือนนี้ วันที่ 24 พ.ย.จะเปิดตัวโครงการที่ จ.สระแก้ว ดำเนินการแจกโค ชุดแรกให้เกษตรกร ซึ่งได้นำจุดอ่อนของโครงการเดิมที่ตนเป็นห่วงมาปรับแก้ไข ให้มีประสิทธิภาพ ถ้ายังไม่พร้อม จะไม่มอบโคให้เกษตรกร


สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่า มีโค –กระบือ ในพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นโรคปากเท้าเปื่อยนั้น ตนยืนยันว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง โดยสั่งการให้กรมปศุสัตว์ตรวจสอบในพื้นแล้ว พบว่า เป็นแผลที่ขา เกิดจากการเคลื่อนย้าย ซึ่งจะดำเนินการรักษาโดยทีมสัตว์แพทย์ที่คอยดูแล ไม่มีการปล่อยให้โค-กระบือที่มีปัญหาลงในพื้นที่ ขอให้ประชาชนสบายใจได้

ด้านนายสัตวแพทย์อภัย  สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการโคบาลบูรพา โดยแจกโคให้กับเกษตรกร รายละ 5 ตัวทั้งหมด 6.1 พันราย โดยเกษตรกรที่ได้รับต้องมีความพร้อมก่อน เช่นผ่านการฝึกอบรม มาแล้วจากศูนย์ปศุสัตว์ที่ จ.เพชรบุรี และระยอง ได้จัดทำคอกเลี้ยงไว้รอ  มีการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ที่เก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยเกษตรกรจำนวน 2,000 ราย ได้ปลูกพืชอาหารสัตว์ จำนวน 10,000 ไร่ และสร้างโรงเรือนแล้ว 2,000 หลัง ส่วนที่เหลืออยู่ในระหว่างการเร่งรัดดำเนินการ  โดยกรมได้เตรียมความพร้อมของฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดต่างๆ แท้งติดต่อ ปากเท้าเปื่อย คอบวม ถ่ายพยาธิ เจาะเลือด พ่นยาฆ่าเชื้อ ตรวจสุขภาพสัตว์และคอกกักสัตว์ จะกักเลี้ยงดูอาการไม่น้อยกว่า 21 วัน ในคอกกักของกรมปศุสัตว์ โดยจะทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์  เมื่ออาการปกติแล้ว จึงเคลื่อนย้ายสัตว์ไปยังคอกพักสัตว์ปลายทาง ในพื้นที่ที่กรมปศุสัตว์กำหนด อยู่ในคอกรวมเพื่อปรับสภาพอีกไม่น้อยกว่า 3 วัน และมีคณะกรรมการตรวจสอบ ตรวจรับ ตามรายละเอียดคุณลักษณะ

ทั้งนี้ต้องระมัดระวังในระหว่างการเคลื่อนย้าย ไม่ให้สัตว์เกิดการบาดเจ็บ ซึ่งในการดูแลสัตว์ในพื้นที่ปลายทางนั้นได้เตรียมชุดสัตวแพทย์ดูแล 30 ชุด อำเภอละ 10 ชุด เพื่อให้สัตว์ฟื้นสภาพโดยเร็วและดูแลสัตว์จนกว่าจะตั้งท้อง

“โครงการบูรพา ขับเคลื่อนได้ตามขั้นตอนผ่านการจัดซื้อ ถูกต้องแล้ว เกษตรกรผ่านการฝึกอบรบ โครงการนี้ไม่มี ล้มเหลวเหมือนโคล้านตัว ถอดบทเรียนมาแก้ตรงนี้ โดย ผู้ประมูล จะต้องจัดหาโคตามสเป็ก สร้างความพร้อมเกษตรกร ก่อนรับสัตว์  ต้องกักเลี้ยงดูอาการ ทดสอบโรค เมื่ออาการปกติ ก็จะเคลื่อนย้ายเข้าสู่จังหวัดสระแก้ว นำมาอยู่คอกรวม ก่อนเพื่อปรับสภาพ พร้อมตรวจสอบอีกชั้นถูกต้องตามสเป็ก หรือไม่  ตอนนี้ยังไม่แจกเกษตรกรและไม่ให้จองโค แต่เกษตรกรก็ได้ตัดหญ้าที่ปลูกไว้ เอามาเลี้ยงโคกันแล้วด้วยความดีใจ  อยากได้เอาไปเลี้ยง”นายสัตวแพทย์อภัย กล่าว

สำหรับคุณสมบัติและเกณฑ์การคัดเลือกเกษตรกรร่วมโครงการฯคือ เกษตรกรจะต้องมีที่อยู่อาศัยในพื้นที่โครงการมาตั้งแต่ปี 2557-2560 และมีพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ 5 ไร่ต่อราย หลังผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและอบรมเรียบร้อยแล้ว เกษตรกรจะได้รับเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ใช้ก่อสร้างโรงเรือนรายละ 58,000 บาทและเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ต้องทำสัญญากู้ยืมโคเนื้อเพศเมียลูกผสมพื้นเมืองรายละ 5 ตัว เพื่อนำไปเลี้ยงจนได้ลูกและส่งคืนลูกโคเพศเมียอายุ 12 เดือน ให้โครงการ 5 ตัว เพื่อนำไปให้เกษตรกรรายใหม่ยืมไปเลี้ยงต่อเกษตรกรที่ทำสัญญากู้ยืมโค จึงได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าของโครุ่นแรกเต็มรูปแบบ ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะก็เช่นกัน เกษตรกรที่ร่วมโครงการแต่ละรายจะได้รับฝูงแพะเพศเมีย 30 ตัว เพศผู้ 2 ตัวและต้องส่งลูกแพะเพศเมียอายุ 6 เดือน จำนวน 32 ตัว คืนให้โครงการ จึงได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าของฝูงแพะที่ได้ยืมไปอย่างถาวร

ข่าว :  http://www.naewna.com/local/302032

Advertisements


Advertisements


Advertisements