WHAT'S NEW?
Loading...

วิธีทำ สบู่ฟักข้าว สบู่สมุนไพร ทำใช้เองง่ายๆ

Advertisements

Advertisements

การที่เลือกฟักข้าวมาทำสบู่นั้นก็คือ ในเยื่อหุ้มเมล็ดของลูกฟักข้าวนั้นมี เบต้าแคโรทีนสูงมากสูงกว่ามะเขือเทศถึง 70 เท่าจึงเหมาะอย่างยิ่งในการที่จะมาสกัดเป็นสมุนไพรในรูปแบบต่างๆ

โดยเฉพาะในด้านความสวยความงามน่ะค่ะ วันนี้ผู้เขียนก็เลยมีขั้นตอนวิธีการทำสบู่จากฟักข้าวมาฝากกันค่ะ ทำกันง่ายๆ ถ้าทำเยอะๆก็แจกจ่ายกันใช้ ถ้าผลตอบรับออกมาดีก็ทำขายเป็นอาชีพเสริมก็ไม่ว่ากันน่ะค่ะ

วัสดุอุปกรณ์

    เยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว 100 กรัม หรือ 1 ถ้วยตวง
    น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
    กลีเชอรีนใสแบบแข็ง 1 กิโลกรัม (ตัดหรือหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆในกรณีที่ซื้อมาเป็นก้อนใหญ่น่ะค่ะ)
    น้ำหอมกลิ่นธรรมชาติ ครึ่งหรือหนึ่งช้อนชา (กลิ่นตามชอบค่ะ)
    หม้อสำหรับต้มน้ำ ใบใหญ่ 1 ใบ
    หม้อเล็กสำหรับตุ๋น 1 ใบ
    พิมพ์สำหรับใส่สบู่ (เลือกแม่พิมพ์แบบพลาสติกจะได้แกะออกง่าย)

ขั้นตอนวิธีทำก็ง่ายๆค่ะไม่ยุ่งยากเลย

    ตั้งหม้อใบใหญ่โดยใส่น้ำให้เสมอกับ กลีเชอรีนที่ใส่ในหม้อใบเล็ก เปิดไฟแค่พออุ่นหรือตุ๋นก็พอน่ะค่ะ

    เมื่อกลีเชอรีนละลายได้สักพัก โดยไม่ต้องให้ละลายหมด ให้เติมเยื่อฟักข้าวลงไปแล้วคนไปในทิศทางเดียวกัน คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ถ้าให้กลีเชอรีนละลายหมดแล้วค่อยใส่เยื่อฟักข้าว จะทำให้เยื่อฟักข้าวกับกลีเชอรีนไม่เข้ากันจะกลายเป็นชั้นๆค่ะ แล้วเติมน้ำผึ้งลงไปคนให้เข้ากันอีกค่ะ



    รอจน กลีเชอรีนละลายให้หมด แล้วสุดท้ายเติมด้วยน้ำหอมกลิ่นธรรมชาติที่ชอบ คนให้ทุกส่วนผสมเข้ากัน แล้วยกลง



    ตักใส่เหยือกหรือภาชนะที่สามารถเทใส่แม่พิมพ์ได้ง่าย เทใส่เบามือน่ะค่ะจะได้ไม่เกิดฟองด้านข้าง เดี๋ยวจะไม่สวยทิ้งไว้ให้สบู่แข็งประมาณ 30 นาทีค่ะ ถ้าต้องการให้สบู่แข็งตัวเร็วขึ้นก็ให้ใช้พัดลมเป่าช่วยก็ได้น่ะค่ะ


พิมใส่สบู่ก็มีหลายรูปแบบแล้วแต่เราจะเลือกซื้อหามาทำน่ะค่ะ มีแบบน่ารักมากมาย

ขั้นตอนในการทำสบู่สมุนไพร สูตรนี้เราใช้เยื่อของลูกฟักข้าว ถ้าเราต้องการที่จะใส่สมุนไพรตัวอื่นลงไปผสมด้วยก็ได้ค่ะ แต่ให้ใส่แค่ปริมาณพอเหมาะ เช่น ผงขมิ้น,มะขามเปียก,ดอกอัญชัญ,มะนาว หรือว่าว่านหางจระเข้ ได้ทั้งนั้นค่ะขึ้นอยู่กับว่าเราชอบสมุนไพรชนิดไหน ถ้าเราต้องการทำเป็นสบู่เหลว ก็ให้ใช้เกล็ดสบู่หรือกรีเชอรีนแล้วก็จะมีการผสมน้ำและก็ส่วนผสมเพิ่มฟอง มาเป็นส่วนผสมน่ะค่ะ สมุนไพรดีอย่างหนึ่งค่ะใช้แล้วไม่แพ้ และก็ดีต่อสุขภาพของเราด้วยค่ะ


ติดตามเรื่องราวดีๆ และเคล็ดลับวิธีทำ สมุนไพรไทยต่างๆได้ที่นี่ Baannoi.com
ขอบคุณเครดิตรูปภาพจาก facebook muchurin 
Advertisements


Advertisements


Advertisements