WHAT'S NEW?
Loading...

แชร์บอกต่อ..งานวิจัยล่าสุดของ เพชรสังฆาต ถ้ารู้แล้วจะทึ่ง

Advertisements

Advertisements
เราอาจจะเคยคุ้นชื่อกับ เจ้าเพชรสังฆาต กับสรรพคุณสุดเด่นในเรื่องริดสิดวงทวาร แต่ประโยชน์ของเค้ายังไม่หมดแค่นั้นครับ มีงานวิจัยจาก Biomed central กับการทดสอบกลุ่มอาสาสมัคร 31 คนที่มีค่า BMI เกิน อยู่ระหว่าง 25-29

โดยแบ่งกลุ่มการทดสอบเป็น 4 กลุ่ม ผู้ทดสอบทั้งหมดได้รับยา(สารสกัดเพชรสังฆาต) 514 มิลลิกรัม ทั้งยาจริงและยาหลอกในกลุ่มผู้ทดสอบ เป็นเวลา 8 สัปดาห์

ผลการทดสอบ พบว่าเพชรสังฆาตสามารถลดน้ำหนักและควบคุมความอ้วนได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดย ประเมินจากค่า ระดับน้ำตาลในเลือด คลอเรสเตอรอล LDL ไตรกลีเซอไรด์ C-reactive protein และค่า BMI ที่ลดลง..

ซึ่งผลในการลดน้ำหนักของเพชรสังฆาต มาจากการที่เพชรสังฆาตมีเส้นใย ทำให้ลดเนื้อที่ของกระเพาะอาหาร ทำให้อิ่มเร็วขึ้น และมีผลยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยแป้ง น้ำตาล และไขมัน (alpha amylase, glucosidase and lipase) ทำให้ลดการดูดซึมอาหาร และยังมีผลเพิ่มระดับซีโรโทนนิน ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม

จึงเป็นข้อสรุปได้ว่า เพชรสังฆาตสามารถลดไขมันและควบคุมน้ำหนักได้นั่นเองครับ



รวมทุกปัญหาคาใจ...เกี่ยวกับเพชรสังฆาต
เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรตัวหนึ่งที่ถูกถามเข้ามาบ่อย โดยเฉพาะประเด็นรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้รักษาริดสีดวงทวารหนัก ทางเราจึงได้เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดไว้ที่นี่แล้ว ในทุกปัญหาที่เคยถามเข้ามาเกี่ยวกับเพชรสังฆาตค่ะ

1. สรรพคุณของเพชรสังฆาต รักษาอะไรได้บ้าง
รักษาริดสีดวง (วิจัยพบว่าประสิทธิภาพไม่ต่างกับยารักษาแผนปัจจุบัน (Daflon) แต่ราคาถูกกว่า) และยังดีในริดสีดวงที่มีการปวดและอักเสบ เพราะเพชรสังฆาตสามารถลดอักเสบ ลดปวดได้ และยังทำให้หลอดเลือดแข็งแรง จากสารฟลาโวนอยด์ที่พบในเพชรสังฆาต ปัจจุบันใช้เป็นยารักษารักษาหลัก ในผู้ป่วยริดสีดวงทวารหนักที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
- บำรุงกระดูก ใช้แพร่หลายในหมอพื้นบ้านและหมออายุรเวท
- เพิ่มมวลกระดูก
- สมานกระดูกที่หัก โดยกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูก และลดอาการบวมและอักเสบได้

2. ทำไมเพชรสังฆาต ถึงช่วยเรื่องบำรุงกระดูกได้หล่ะ
ในระบบของกระดูก มีการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าเพชรสังฆาตช่วยเสริมสร้างมวลกระดูก จากการที่มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์สร้างกระดูกให้เพิ่มขึ้น และเพิ่มการสร้างคอลลาเจนในเซลล์สร้างกระดูก และยังป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกในหนูทดลองที่ถูกตัดรังไข่ เพื่อจำลองให้เกิดสภาวะเหมือนหญิงวัยทอง โดยมีผลเทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบัน คือ raloxifene โดยน่าจะเป็นผลจากการที่ในเพชรสังฆาตพบสารกลุ่มไฟโตเอสโตรเจนมาก เนื่องจากในหนูที่ได้รับเพชรสังฆาต พบการเพิ่มขึ้นของระดับเอสโตรเจน และวิตามินดีในเลือด ข้อดีของเพชรสังฆาต เมื่อเปรียบเทียบกับการให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทน พบว่าเพชรสังฆาต ให้ผลดีทั้งในเรื่องของความหนา ความแข็งแรง และความหนาแน่นมวลกระดูก ขณะที่เอสโตรเจน จะไม่มีผลในเรื่องความหนาแน่นของมวลกระดูก เพชรสังฆาตยังมีฤทธิ์ลดอาการปวดได้อีกด้วย

3.เหมือนแคลเซียมรึป่าว กินแคลเซียมอยู่แล้ว
จากข้อสองจะเห็นได้ว่า เพชรสังฆาต ไม่ได้ออกฤทธิ์เหมือนแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมเป็นแร่ธาตุตัวหนึ่ง ดังนั้นสามารถทานเพชรสังฆาตร่วมกับแคลเซียมได้

4. ขนาดยา ใช้อย่างไร
- ทานเพื่อรักษาริดสีดวงทวาร รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร หากขนาดที่แนะนำทานแล้วระบายมากเกิน ให้ลดขนาดการทานลงมาค่ะ เนื่องจากมีฤทธิ์ระบายอ่อนๆ
- ทานเพื่อรักษาข้อเข่าเสื่อม หรือ บำรุงกระดูก รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูลวันละ 1-3 มื้อ หลังอาหาร


5. หากมีต้นสดปลูกอยู่ที่บ้านทำอย่างไร
- หั่นตากแห้ง บดเป็นผง คลุกน้ำมะขามเปียก ปั้นเป็นลูกกลอน ทานครั้งละ 5 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร
- เถาแห้ง 1 กำมือ แช่น้ำมะขามเปียกเพื่อลดแคลเซียมออกซาเลตก่อนนำมาต้ม ต้มดื่มกับน้ำ 1 ลิตร ดื่มครั้งละ 1 แก้วกาแฟ เช้า เย็น
- ใช้เถาสด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นยัดใส่ในกล้วยน้ำว้าสุก กลืนทั้งคำลงไปเลย ไม่ต้องเคี้ยว
- ใช้เถาเพชรสังฆาตโขลกจนแหลกและเนียน พอกกระดูกที่หัก
-
6.กินกี่เดือนเห็นผล กินได้นานเท่าไหร่
สามารถทานได้จนกว่าอาการจะดีขึ้น ส่วนใหญ่ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือนสำหรับการรักษาริดสีดวงทวาร และทานต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนสำหรับรักษาอาการกระดูกพรุน เสื่อม แตกหัก หากทานเพื่อบำรุงกระดูก อาจทานสามเดือน พัก 1 เดือน

7. ผลข้างเคียงจากการทานเพชรสังฆาต / ข้อควรระวัง
- ไม่เคี้ยวสด เพราะจะระคายปาก คันคอ เนื่องจากมีผลึกแคลเซียมออกซาเลตเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
- ยังไม่มีข้อมูลการใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ เพื่อความปลอดภัย
- ไม่กัดกระเพาะ (มีข้อมูลว่ารักษากระเพาะได้อีกด้วย โดยออกฤทธิ์ลดการหลั่งกรด และรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ ด้วยกลไกเดียวกันกับยา omeprazole) แต่อาจเกิดอาการไซร้ท้อง ไม่สบายท้องได้ หากทานตอนท้องว่าง จึงแนะนำให้ทานหลังอาหาร
- อาจทำให้ช่วยระบายได้เล็กน้อย หากระบายมากไป ให้ลดขนาดการทานลง และฤทธิ์ระบายของเพชรสังฆาต เป็นฤทธิ์อ่อนๆ ไม่ได้ทำให้ติดยาระบาย หยุดทานแล้วไม่ได้ทำให้ท้องผูก
- บางรายทานแล้วแพ้ มีอาการคันยุบยิบๆ ทั้งตัว แต่ไม่มีผื่น ซึ่งพบคนแพ้น้อยมาก หากแพ้ ควรหยุดทาน

8 .เพชรสังฆาตลดน้ำหนัก ได้ด้วยหรอ
ผลดีของเพชรสังฆาตในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน มีการศึกษาหนึ่งทดลองในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน โดยคัดคนที่มีดัชนีมวลกาย หรือ BMI มากกว่า 26 kg/m2 ให้ทานเพชรสังฆาตรมื้อละ 150 มิลลิกรัม ก่อนอาหาร วันละ 2 มื้อ เป็นเวลา 10 สัปดาห์ โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนการกินและการออกกำลังกาย พบว่าน้ำหนักลดลง 8.8% (จากเดิมน้ำหนักเฉลี่ยของผู้ทดลองก่อนทานเพชรสังฆาต 98.92 กิโลกรัม ลดเหลือ 90.19 กิโลกรัม) ไขมันในร่างกายลด 14.6% เส้นรอบเอวลดลง 8.6% (จากเดิมเส้นรอบเอวเฉลี่ยของผู้ทดลองก่อนทานเพชรสังฆาต 40 นิ้ว ลดเหลือ 36 นิ้ว) และยังมีผลลดระดับโคเลสเตอรอล ไขมันตัวร้าย LDL และระดับน้ำตาลในเลือด ได้ 26.69%, 20.16% และ 14.85% ตามลำดับ ซึ่งผลในการลดน้ำหนักของเพชรสังฆาต มาจากการที่เพชรสังฆาตมีเส้นใย ทำให้ลดเนื้อที่ของกระเพาะอาหาร ทำให้อิ่มเร็วขึ้น และมีผลยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยแป้ง น้ำตาล และไขมัน (alpha amylase, glucosidase and lipase) ทำให้ลดการดูดซึมอาหาร และยังมีผลเพิ่มระดับซีโรโทนนิน ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม ช่วยลดสารอักเสบ คือ C-reactive protein ที่พบในเลือดของผู้ที่มีภาวะ metabolic syndrome (กลุ่มความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งพบร่วมกันได้บ่อย ความผิดปกติดังกล่าวได้แก่ความผิดปกติของไขมันในเลือด ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล) ซึ่งผลดีของเพชรสังฆาตดังกล่าว น่าจะมีประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหา metabolic syndrome


สำหรับผู้ที่อยากคุมน้ำหนัก ยังคงแนะนำว่าต้องคุมอาหารเป็นหลัก โดยอาจทานเพชรสังฆาตรวันละ 1-2 แคปซูล หลังอาหารเช้า ต่อเนื่องซัก 10 สัปดาห์ ร่วมกับการคุมอาหาร

ในงานวิจัยให้ทานก่อนอาหาร แต่บางรายที่ทานอาจเกิดอาการไม่สบายท้อง จึงแนะนำให้ทานหลังอาหารค่ะ ทั้งนี้แล้วแต่คนด้วยค่ะ ถ้าทานก่อนอาหารได้ ก็ทานได้นะคะ ยาไม่ได้กัดกระเพาะ แต่อาจไซร้ท้อง ทำให้ไม่สบายท้องค่ะ

9.ข้อเสนอแนะ:
ควรดูแลรักษาสุขภาพ ไม่ควรปล่อยให้ท้องผูก หรือเบ่งอุจจาระ เนื่องจากอาจทำให้อาการ หรือโรคริดสีดวงมวารหนักกำเริบได้ เช่น รับประทานผักเยอะๆ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ออกกำลังกายมากขึ้น เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้

10.คำถามอื่นๆ
- ช่วยเรื่องท้องผูกได้ไหม? ได้ มีฤทธิ์ระบายอ่อนๆ
- รักษาริดสีดวงโดยใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันได้หรือไม่? ได้
- เพชรสังฆาตของอภัยภูเบศร มีความแรง 400 มก. ประกอบด้วยผงเพชรสังฆาต 250 มก. และตัวยาอื่นๆ 120 มก.

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในการใช้เพชรสังฆาตได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยได้ที่ - facebook ของอภัยภูเบศร

Advertisements


Advertisements


Advertisements