WHAT'S NEW?
Loading...

แนะอาชีพ! เลี้ยงนกกระทา “เนื้อ ไข่ ขน ขี้” ขายได้ทั้งตัว

Advertisements

Advertisements

สวัสดีจ้าวันนี้เราตั้งใจมาแนะอาชีพการเลี้ยงนกกระทา เป็นอีกอาชีพการเกษตรที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะผลผลิตจากนกกระทา สามารถขายได้เกือบทุกส่วน ไข่ก็ขายได้ เนื้อก็ขายได้ ขนก็ขายได้ ขี้นกก็ยังขายทำเป็นปุ๋ยได้มาดูกันเลยจ้า
การเลี้ยงนกกระทา เพื่อสร้างรายได้เสริม หรืออาจจะเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัวเลยก็ได้ รวมทั้งกรณีศึกษาของผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้อย่าง บริษัท เอนกฟาร์มนกกระทา จำกัด

สายพันธุ์นกกระทา

นกกระทาที่นิยมเลี้ยงเพื่อเก็บไข่ขายนั้นเป็นนกกระทาสายพันธุ์ญี่ปุ่น มีการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์จนได้นกกระทาที่ให้ไข่ดก  แม้ว่าประเทศไทยจะมีนกกระทาพันธุ์พื้นเมืองอยู่ไม่น้อยกว่า 12 ชนิด แต่ให้ไข่และเนื้อน้อย

การเลี้ยงนกกระทาไม่กว้างขวางเท่ากับการเลี้ยงไก่หรือเป็ด แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรได้ดีเพราะระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น ให้ผลตอบแทนเร็วกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ และใช้เงินลงทุนน้อย

ข้อดีของการเลี้ยงนกกระทา

นกกระทาสามารถให้ไข่ได้ 7-8% ของน้ำหนักตัว อัตราการให้ไข่เฉลี่ย 70% ให้ผลตอบแทนเร็ว เริ่มให้ไข่เมื่ออายุ 42-45 วัน ระยะเวลาในการให้ผลผลิตไข่นานประมาณ 11 เดือน ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย พื้นที่ประมาณ 3 ตารางเมตร สามารถเลี้ยงนกกระทาได้กว่า 500 ตัว จึงใช้เงินลงทุนน้อย วิธีการเลี้ยงดูง่าย โตเร็ว เนื้อนกกระทาสามารถนำปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด และเนื้อมีคุณภาพดี


การเตรียมโรงเรือนสำหรับเลี้ยงนกกระทา

1. โรงเรือนสำหรับนกกระทาจะสร้างแบบเพิงหมาแหงนหรือหน้าจั่วก็ได้ ควรให้สะดวกต่อการปฏิบัติเลี้ยงดู และรักษาความสะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก นกกระทาปลอดภัยจากศัตรู หากจะเลี้ยงแบบกรงซ้อนกันหลายๆ ชั้น เพดานต้องสูงพอสมควร
2. พื้นโรงเรือนควรเป็นคอนกรีต เพื่อให้ล้างทำความสะอาดง่าย แต่หากเป็นพื้นดินจะต้องอัดให้แน่น
3. ฝาโรงเรือนควรใช้ลวดตาข่าย ลวดถักขนาดเล็ก หรือไม้ขัด สามารถกันหนู นก และสัตว์อื่นๆ ได้ ควรมีผ้าม่านใช้กั้นมื่อมีลมโกรก หรือกันฝนสาดเข้าไปในโรงเรือน
4. การระบายอากาศเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และผู้เลี้ยงควรจะเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง การระบายอากาศภายในโรงเรือนดีจะมีผลดีต่อสุขภาพการเจิรญเติบโตและการให้ผลผลิตของนกกระทา หากการระบายอากาศไม่ดี จะทำให้ภายในโรงเรือนอับชื้น กลิ่นแก๊สแอมโมเนียสะสม ซึ่งจะมีผลต่อเยื่อตาของผู้เลี้ยงและนกกระทา การระบายอากาศที่ดีประมาณ 0.5 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที ต่อนกกระทา 100 ตัว ที่อุณหภูมิห้อง 20 องศาเซลเซียส


กรงนกกระทา

– กรงลูกนก โดยทั่วไปจะใช้ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 0.5 เมตร สำหรับกกลูกนกอายุ 1-20 วัน ประมาณ 250-300 ตัว ด้านกว้างของกรงควรจะทึบ ส่วนด้านยาวโปร่ง แต่ถ้าอากาศหนาวควรจะปิดทึบทั้ง 4 ด้าน พื้นกรงใช้ลวดตาข่ายสี่เหลี่ยมขนาด 1×1 ซ.ม. หรือลวดตาข่ายพลาสติก ตาเล็กๆ

กรงกกอาจจะวางซ้อนกันหลายๆ กรงก็ได้ แต่ต้องทำประตูเปิด-ปิดไว้ในทางเดียวกัน เพื่อสะดวกในการทำงาน และควรมีภาชนะรองรับขี้นกจากกรงบนๆ ไม่ให้ตกใส่กรงด้านล่าง เพื่อป้องกันโรคระบาดด้วยภายในกรงกกต้องใช้กระสอบ ถุงอาหารสัตว์ หรือผ้าหนาๆ ปูพื้นเพื่อป้องกันขาลูกนกติดช่องตาข่าย และได้รับความอบอุ่นเต็มที่ แต่ถ้าเลี้ยงบนพื้นอาจใช้วัสดุรองพื้น เช่น แกลบ ขี้เลื่อย หญ้าแห้งสับ เป็นต้น


จำเป็นต้องให้ความอบอุ่นลูกนกที่เพิ่งออกมา โดยใช้หลอดไฟฟ้า 1 หลอด สำหรับลูกนก 60-100 ตัว อุณหภูมิที่ใช้ในการกกในสัปดาห์แรก ประมาณ 95 องศาฟาเรนไฮต์ แล้วค่อยๆ ลดลงสัปดาห์ละ 5 องศาฟาเรนไฮต์ จนเท่ากับอากาศธรรมดา ทั้งนี้ต้องคอยสังเกตการกระจายลูกนกภายใต้เครื่องกกด้วย จะใช้เวลาในการกกนาน 2 สัปดาห์ ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นกับอุณหภูมิปกติ และสุขภาพของลูกนกด้วย หลังจากลูกนกอายุ 3 สัปดาห์ จะย้ายไปเลี้ยงในกรงนกรุ่น หรือกรงนกขังเดี่ยวก็ได้ ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ที่ให้น้ำ อาหาร จะต้องจัดให้เพียงพอกับจำนวนลูกนกที่เลี้ยงอยู่– กรงนกใหญ่ กรงเดี่ยว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทราบสถิติข้อมูลนกกระทาเป็นรายตัวว่าให้ผลผลิตมากน้อยเท่าใด หรือใช้แยกเลี้ยงนกที่แสดงอาการเจ็บป่วย ซึ่งมีทั้งแบบชั้นเดียว หรือหลายๆ ชั้น แต่ไม่ควรซ้อนกันมากเกินไป รางอาหารและน้ำอยู่ด้านหน้า และหลังกรง ด้านข้างเป็นตาข่ายขนาด 1×2 นิ้ว เพื่อให้หัวนกลอดออกมากินอาหารได้ ขนาดอาจจะกว้างประมาณ 5 นิ้ว ลึก 6 นิ้ว และสูง 5 นิ้ว พื้นลาดเอียง 15 องศาสำหรับกรงรวมฝูงใหญ่ จะมีข้อดีตรงที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอุปกรณ์และสะดวกในการเลี้ยง แต่ก็มีข้อเสีย หากการจัดการไม่ดี นกจะได้รับอาหารไม่ทั่วถึง หรืออาจทำให้นกเครียด ซึ่งมีผลต่อสุขภาพและการให้ผลผลิตไข่ นอกจากนี้ยังยากที่จะทราบว่านกตัวใดไข่ ตัวไหนไม่ไข่ กรงรวมฝูงขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1.50 เมตร ใช้เลี้ยงนกได้ประมาณ 50-75 ตัว ส่วนความสูงของกรงนั้นควรให้สูงพอดับความสูงของนกที่จะยืนยืดตัวได้อย่างสบาย ถ้าสูงมากเกินไปนกมักจะบิน หรือกระโดดซึ่งจะทำให้ได้รับบาดเจ็บภาชนะให้อาหารนกกระทา ภาชนะใส่อาหารสำหรับลูกนก ควรใช้ถาดแบนๆ ที่มีขอบสูงไม่เกิน 1 ซ.ม. หลังจากนั้นอาจใช้รางอาหารแบบไก่ และถ้าให้ที่มีขอบยื่นออกมาประมาณ 1/4 นิ้ว เพื่อกันอาหารถูกคุ้ยหกกระเด็นออกมา

ภาชนะให้น้ำนกกระทา สำหรับลูกนกใช้ที่ให้น้ำลูกไก่แบบขวดหรือกระติก โดยใส่ก้อนหินเล็กๆ เพื่อลดความลึกของน้ำ ส่วนนกใหญ่หรือลูกนกอายุเกิน 3 สัปดาห์แล้ว สามารถใช้ที่ให้น้ำลูกไก่แบบขวด กระติก หรือรางน้ำแบบแขวนก็ได้

การเริ่มเลี้ยงนกกระทา สามารถซื้อพันธุ์นกกระทาจากฟาร์ม ซึ่งมักขายเมื่อนกมีอายุ 18 วัน หรือซื้อไข่มาฟักเอง สำหรับมือใหม่ที่ต้องการความง่ายและชัวร์ให้ซื้อลูกนกอายุ 30 วันมาจะทำให้ได้ผลผลิตเร็วขึ้นอาหารสำหรับนกกระทานั้นจะใช้อาหารสำหรับนกไข่โดยเฉพาะ ควรมีโปรตีนที่เพียงพอ อาจใช้อาหารสำเร็จรูปหรือผสมเองเพื่อลดต้นทุน โดยใช้อาหารไก่ไข่ 3 กิโลกรัม รำข้าว 5 กิโลกรัม ปลายข้าว 3 กิโลกรัม และวิตามิน 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน นกหนึ่งตัวจะกินอาหารวันละ 15-20 กรัม ควรให้อาหารนกสามเวลา เช้า เที่ยง เย็น น้ำที่ใช้เลี้ยงเราจะใช้น้ำสะอาด และจะมีการผสมวัคซีนเมื่อนกเป็นโรค


นอกจากนี้เราจะมีการให้แสงสว่างกับนกในตอนกลางคืนเพื่อให้กินอาหารได้เต็มที่ และเป็นการให้ความอบอุ่นแก่นกโดยใช้หลอดไฟที่มีความสว่างประมาณ 5 แรงเทียน หรืออาจจะใช้หลอดนีออนยาว 40W ก็ได้ หลังจากนกได้กินอาหารที่เพียงพอ ได้รับโปรตีนเต็มที่ ได้ดื่มน้ำที่สะอาด ผ่านไป 45-50 วันก็จะเริ่มออกไข่ให้เราได้เก็บถ้าไข่ออกเยอะเราอาจต้องเก็บสามเวลา เช้าเที่ยงเย็น และควรเก็บขี้นกไปทิ้งในตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นทุกวันด้วย เมื่อเก็บไข่ได้แล้วเราจะมาเลือกคัดเฉพาะไข่ที่สมบูรณ์ส่งขายเลือกฟองที่เปลือกหนามีลายชัดเจน โดยราคาขายส่งตอนนี้จะอยู่ที่ 75-80 บาทต่อ 100 ฟอง และขี้นกกระทาสาสารถขายได้ราคากระสอบละ 30-40 บาทเลยทีเดียว

ขอขอบคุณที่มาจาก : ชี้ช่องรวย.com

Advertisements


Advertisements


Advertisements