WHAT'S NEW?
Loading...

ควรหามาปลูก!! เนเปียร์ หญ้าสร้างอนาคต ใช้ทั้งเลี้ยงสัตว์ ได้ทั้งพลังงาน

Advertisements

Advertisements

หญ้าเนเปียร์ หนึ่งในพืชที่น่าสนใจ มีการทดลองอย่างหลากหลาย และได้ผลสำเร็จ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงแล้วหลายอย่าง

ผศ.ดร. พฤกษ์ เผยปัจจุบันที่สถาบันได้มีการทดลองอย่างหลากหลาย และได้ผลสำเร็จ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงแล้วหลายอย่าง ไม่ว่าการผลิตก๊าซ CBG ซึ่งสามารถใช้ทดแทนก๊าซ NGV เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายงานวิจัยที่กำลังดำเนินการและคาดว่าจะเห็นผลไม่นานนี้

ในขณะที่ คุณสุเทพ เหลี่ยมเจริญศิริ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ให้มุมมองว่า หญ้าเนเปียร์นั้นสามารถเป็นขุมทองไปสู่การเป็นพืชพลังงานได้ แต่การที่จะก้าวไปถึงจุดดังกล่าวนั้น ยังเป็นเรื่องยากและต้องมีขั้นตอนอีกมากมาย

“ปัญหาด้านพลังงานของประเทศไทยที่พบมากที่สุดในด้านไฟฟ้าคือ เราพึ่งพาการผลิตพลังงานจากก๊าซธรรมชาติมากถึง ร้อยละ 70 ซึ่งทุกวันนี้ประเทศไทยอยู่ในรูปแบบที่พลังงานไฟฟ้านั้นเพียงพอ แต่ไม่มั่นคง เราจึงมองถึงพลังงานทดแทน โดยเฉพาะจากผลผลิตทางการเกษตร”

“หนึ่งในพืชที่น่าสนใจที่สามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนได้ดีคือ ต้นข้าวโพด โดยที่ประเทศเยอรมนีเป็นประเทศที่ได้ไปศึกษาดูงานมา ได้เน้นการใช้ข้าวโพดเป็นหลัก แต่ในเมืองไทยถ้านำต้นข้าวมาใช้ก็จะเกิดปัญหาได้ จึงมอบหมายให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินโครงการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตก๊าซชีวภาพจากหญ้าชนิดต่างๆ ในประเทศไทย จำนวน 20 ชนิด พบว่า หญ้าเลี้ยงช้างในตระกูลหญ้าเนเปียร์ ซึ่งเกษตรกรที่จังหวัดลำปางปลูกเพื่อใช้เป็นอาหารช้างสามารถนำมาผลิตได้ก๊าซมีเทน มากกว่าหญ้าชนิดอื่นๆ ถึง 7 เท่า”

“ดังนั้น พืชพลังงาน จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญที่จะนำเข้ามาสู่กระบวนการผลิตไบโอก๊าซเพื่อใช้ในประเทศไทย หลังจากที่อดีตนั้นได้เน้นการผลิตไบโอก๊าซจากน้ำเสียและมูลสัตว์ รวมไปถึงปาล์มน้ำมันและมันสำปะหลัง ถ้ามองโอกาสในแง่ของการเป็นขุมทองได้หรือไม่ ด้วยต้นทุนของหญ้าเนเปียร์ขนาดนี้ และศักยภาพการปลูก การลงทุนและการเก็บเกี่ยวผลผลิต จึงถือได้ว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยทำให้ประเทศไม่ต้องสูญเสียงบประมาณเพื่อการซื้อพลังงานต่างๆ เข้ามาใช้ในประเทศไทย”

ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน กล่าวต่อไปว่า สำหรับการนำหญ้าเนเปียร์มาเพื่อไบโอก๊าซเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าให้ได้ 1 เมกกะวัตต์ นั้น คาดว่าจะต้องใช้หญ้าเนเปียร์ประมาณ 500-600 ไร่ ซึ่งตามแผนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ที่กระทรวงพลังงานได้ตั้งเป้าไว้นั้น ใน 20 ปีต่อไปนี้ ต้องการประมาณ 10,000 เมกกะวัตต์ นั่นคือ ต้องการพื้นที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ประมาณ 5 ล้านไร่ ขึ้นไป

“ ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มมีการผลิตก๊าซชีวภาพจากหญ้าเนเปียร์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยให้ได้เงินทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและอนุรักษ์พลังงานให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ร่วมกับภาคเอกชนในการตั้ง ขนาด 6 ตัน ขึ้นที่อำเภอแม่แตง โดยได้ทำสัญญาซื้อ-ขาย กับ ปตท. แล้ว พร้อมกันนี้ได้ทำแผนเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ให้กระทรวงพลังงานดำเนินการโครงการนำร่องใน 12 พื้นที่ งบประมาณ 300 ล้านบาท และขยายต่อไป ”

“ ทุกวันนี้เราต้องนำเงินของประเทศไปซื้อก๊าซ ซื้อน้ำมัน จากต่างประเทศเข้ามาใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าภูมิใจ แต่ถ้าสามารถปลูกพืชพลังงานแล้วนำมาใช้ทดแทนการนำเข้าจะเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คงต้องมาจากความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ” คุณสุเทพ กล่าวในที่สุด

ที่มา  - 
Advertisements


Advertisements


Advertisements