WHAT'S NEW?
Loading...

ฮอร์โมนหัวปลีกล้วย บำรุงดอก ผลดก

Advertisements

Advertisements

ส่วนผสมในการทำฮอร์โมนหัวปลีกล้วย มีดังนี้ 

  1. หัวปลีกล้วย 3 กิโลกรัม (ปลีกล้วยชนิดใดก็ได้ครับ)
    2. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
    3. น้ำเปล่า 3 ลิตร
    4. ถังหมัก 1 ถัง


ขั้นตอนการทำ
    1. นำหัวปลีกล้วยที่เราเตรียมไว้ มาผ่าแบ่งออกเป็น 4 ส่วนตามยาว แล้วทำการซอยหัวปลีให้เป็นชิ้นเล็กๆ (หัวปลีที่เราทำการซอยเป็นชิ้นเล็กๆเหมือนที่เราจำนำไปทำยำนั่นเอง) ปริมาณหัวปลีที่ใช้คือ 3 กิโลกรัม
    2. จากนั้นนำหัวปลีที่ทำการซอยเป็นชิ้นเล็กๆเรียบร้อยแล้วมาใส่ในถังหมักขนาดใดก็ได้
    3. เทกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม แล้วตามด้วยน้ำเปล่า 3 ลิตร
    4. ทำการคนส่วนผสมทั้ง 3 อย่างให้เข้ากัน
    5. จากนั้นทำการปิดฝาถังหมักให้สนิท
    6. การคนครั้งต่อไป เราจะทำการคนในเวลาเช้าและเย็น เพื่อให้กากน้ำตาลไม่ตกตะกอน
    7. หมักจนครบ 1 สัปดาห์ จึงคั้นเอากากของหัวปลีออก เหลือไว้เพียงแต่น้ำเพื่อเก็บไว้พืชพ่นต้นพืช ผัก ผลไม้ต่อไป

การนำไปใช้
    - อัตราส่วนที่ใช้ : ฮอร์โมนหัวปลี 20 ซี.ซี. ต่อ น้ำ 20 ลิตร
    - นำไปฉีดพ่นบำรุงดอก บำรุงผล ก่อนหน้าหรือหลัง โดยเว้นช่วงที่ดอกกำลังบาน ในการฉีดพ่น เราจะทำการฉีดพ่นในเวลาเช้า 3 วันต่อการฉีด 1 ครั้ง
    เหตุที่ฉีดพ่นในเวลาเช้า เพราะตอนที่พืชนั้นเริ่มสังเคราะห์แสงคือในช่วงเวลาเช้า พืชก็จะนำฮอร์โมนหัวปลีไปใช้ได้ทันที อีกทั้งยังเป็นการช่วยกำจัดศัตรูพืชที่มารบกวนพืชที่เอาปลูกอีกด้วย

ผลการวิจัยของ African Journal of Biotechnology

ระบุว่า หัวปลี 100 กรัม ให้พลังงาน 51 kcal มีโปรตีน 1.6 กรัม ไขมัน 0.6 กรัม คาร์โบไฮเดรท 9.9 กรัม เส้นใย 5.71 fg แคลเซียม 56 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 73.3 มิลลิกรัม เหล็ก 56.4 มิลลิกรัม ทองแดง 13 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 553.3 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 48.7 มิลลิกรัม วิตามิน อี 1.07 มิลลิกรัม


ประโยชน์ของฮอร์โมนหัวปลีกล้วย
    1. ทำให้พืชผักผลไม้ติดผลดี ผลดก ขั้วเหนียวไม่ร่วงง่าย
    2. ป้องกันแมลงหรือศัตรูพืชต่างๆได้เป็นอย่างดี
    3. เหมาะกับการทำการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์เป็นอย่างยิ่ง

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับขั้นตอนการทำฮอร์โมนหัวจากปลีกล้วย การนำไปใช้ รวมถึงประโยชน์ของฮอร์โมนจากหัวปลีกล้วย หากเพื่อนๆเกษตรกรท่านใด หรือเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านบทความนี้ แล้วนำวิธีการทำฮอร์โมนหัวปลีกล้วยไปใช้ หากได้ผลอย่างไรแวะมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

บทความเขียนโดย
    แอดมินเว็บไซต์เกษตรฮอตนิวส์ สาระความรู้ด้านการเกษตร kasethotnews.com
ที่มา : http://www.kasethotnews.com
Advertisements


Advertisements


Advertisements